ย้อนรอยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีมานานกว่า 40 ปีแล้ว 🇮🇷 ⚔️🇺🇸

ย้อนรอยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีมานานกว่า 40 ปีแล้ว 🇮🇷 ⚔️🇺🇸

ในขณะที่ทั้งโลกกำลังเฝ้าติดตามว่า ทางอิหร่านจะตอบโต้กลับสหรัฐอย่างไร หลังทางสหรัฐได้ส่งโดรนไปสังหารนายพลระดับสูงอิหร่านเมื่อวานนี้ เพราะทางผู้นำอิหร่านลั่นว่าจะต้องมีการล้างแค้นแน่ๆ ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอยู่ในขั้นวิกฤตที่สุด และทุกคนหวังว่าเหตุการณ์เมื่อวานจะไม่เป็นชนวนจุดสงครามในตะวันออกกลาง

เรารองมาย้อนรอยดูกันว่าความขัดแย้งของทั้งสองฝ่ายนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ? #OilTradingKP

-----------------------

1) จริงๆแล้ว ก่อน 40 ปีที่แล้วทางสหรัฐและอิหร่านนั้นเคยเป็นมิตรกันอย่างมาก

สหรัฐเคยเป็นประเทศที่ริเริ่มโครงการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อสันติให้กับอิหร่านเองด้วยซ้ำ พร้อมๆกับอิสราเอลและปากีสถาน ความสัมพันธ์ที่ดีนั้นเริ่มต้นในปี 1953 หลังจากที่สหรัฐได้เข้าไปสนับสนุนการรัฐประหารล้มล้างรัฐบาลที่นำโดยนายโมฮัมหมัด โมซาเดกห์และสหรัฐก็ได้แรงสนับสนุนจากราชวงศ์อิหร่านมาเรื่อยๆ

2) แล้วทำไมความสัมพันธ์ถึงกลายมาเป็นความขัดแย้ง ?

การเปลี่ยนแปลงนั้นได้เริ่มขึ้นในปี 1979 (ตามรูป) อายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี ได้นำการปฏิวัติที่นำไปสู่การล้มล้างพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งเป็นพันธมิตรกับสหรัฐ โดยการปฏิวัติในอิหร่านทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากระบบกษัตริย์มาเป็นระบอบสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

นอกจากความขัดแย้งโดยตรงกับสหรัฐแล้ว ภายใต้การนำของโคมัยนีนั้น อิหร่านกลายเป็นมุสลิมนิกายชีอะฮ์อย่างเต็มตัว ที่มีความต้องการจะส่งออกแนวคิดการปฏิวัติอิสลามไปยังโลกอาหรับอื่น ๆ ทำให้อิหร่านมีปัญหากับอีกประเทศมหาอำนาจอย่างซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นระบอบกษัตริย์และเป็นมุสลิมซุนนี (คนละนิกายกับอิหร่าน) ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศนี้ ก่อให้เกิดสงครามศาสนาไปอีกศึกด้วย (เดี๋ยวจะเขียนอีกบทความแยกเรื่องนี้ออกมาอีกทีนะครับ)

3) ปี 1980 สหรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิหร่าน

หลังจากการปฏิวัติในปี 1979 (การปฏิวัติอิสลาม) รัฐบาลอิหร่านที่มีอายะตุลลอฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี เป็นผู้นำสูงสุดในขณะนั้น ได้ยึดสัมปทานน้ำมันและกิจการต่างๆกลับมาจาดสหรัฐ ส่งผลให้สหรัฐฯ เกิดความไม่พอใจและเป็นจุดเริ่มต้นมีปัญหากับอิหร่านมาจนถึงทุกวันนี้

4) ปี 1988 เครื่องบินโดยสารพาณิชย์ของอิหร่านโดนเรือรบสหรัฐยิง มีผู้เสียชีวิตกว่า 290 ราย

5) ปี 1993 เกิดการระเบิด World Trade Center (ครั้งแรก) โดยสหรัฐคิดว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน
อย่าสับสนกับเหตุการณ์ 911 ในปี 2011 นะครับ อันนี้เป็นการโจมตีครั้งแรกโดยมีรถบรรทุกขนระเบิดเข้ามาพุ่งชนตึก มีผู้เสียชีวิต 6 รายและบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ทำให้ความมันพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยิ่งแย่ลงไปอีก

6) ปี 1995 สหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับอิหร่านเป็นครั้งแรก !

7) ปี 2002 สหรัฐค้นพบฐานลับที่อิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่
ประธานาธิบดีสหรัฐ นาย จอร์จ ดับเบิลยู. บุช (George W. Bush) ประณามอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อการร้าย

8) ปี 2005-2006 ประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่ มะห์มูด อะห์มะดีเนจาด เข้ารับตำแหน่ง

ประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านกล่าวว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านนั้นเป็นโครงการเพื่อสันติ และปฏิเสธที่จะยุติโครงการแม้จะขัดต่อมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ทำให้อิหร่านถูกนาๆประชาชาติคว่ำบาตรรุนแรงขึ้น !

9) ปี 2013-2015 ประธานาธิบดีสหรัฐและอิหร่าน ได้คุยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หลังเกิดความขัดแย้ง

ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามา มีความต้องการที่จะให้อิหร่านหยุดการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และยุติความขัดแย้งอันยาวนานระหว่าง 2 ประเทศ จึงได้โทรสายตรงเข้าหาประธานาธิบดีฮัสซัน รูฮานี แห่งอิหร่าน และพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่มาได้บ้างเรื่อยๆ

จนในที่สุดในวันที่ 14 กรกฎาคม 2015 ชาติมหาอำนาจ 6 ชาติ ประกอบด้วย สหรัฐฯ (นำโดยนายบารัค โอบามา) อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย จีน และเยอรมนี ได้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์ร่วมกับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านจะไม่สามารถเสริมสร้างแร่ยูเรเนียมเกินระดับ 300 กิโลกรัม และห้ามไม่ให้อิหร่านใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นเวลา 15 ปี เพื่อแลกกับการที่สหรัฐและสหประชาชาติ จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน

ความสัมพันธ์ที่ดูจะดีขึ้นเรื่อยๆ ทางอิหร่านก็เริ่มส่งออกน้ำมันมาได้เรื่อยๆแล้ว ... แต่แล้วก็เกิด ...

10) ปี 2018 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน !

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2018 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ที่ทำเนียบขาว โดยกล่าวว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์ และยังคงแอบสะสมแร่ยูเรเนียม รวมถึงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อยู่ โดยสหรัฐได้หลักฐานบางส่วนมาจากอิสราเอล

เดี๋ยวคงจะเขียนอีกหนึ่งบทความแยก แต่เนื่องด้วยอิสราเอลนั้นเป็นศัตรูกับอิหร่าน และทรัมป์เป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอิสราเอลอย่างมาก จึงอาจเป็นที่มาของการฉีกสัญญาครั้งนี้

11) ปี 2019 ! เป็นปีที่เกิดความตึงเครียดประทุขึ้นอย่างสูงระหว่างทางสหรัฐและอิหร่าน

เกิดเหตุการณ์มากมายขึ้นในปี 2019 นี้ ตั้งแต่การประกาศคว่ำบาตรอิหร่านอีกรอบของทรัมป์ รวมไปถึงการใช้ยิงโดรนของกันและกันเมื่อผ่านน่านน้ำสหรัฐ การที่ทรัมป์เกือบจะสั่งโจมตีทางอากาศกับอิหร่านแต่บอกว่าได้ยั้งไว้ เรือน้ำมันอิหร่านโดนยิง เรือน้ำมันซาอุและอังกฤษโดนอิหร่านยึด การที่โรงแปรรูปน้ำมันซาอุโดนยิงครั้งใหญ่จนหยุดการผลิตไปครึ่งประเทศที่สหรัฐนั้นเชื่อว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลัง

เหตุการณ์มากมายนี้ทางเพจได้เคยเขียนไล่รายละเอียดไว้แล้วลองเข้าไปอ่านดูได้นะครับ
https://www.facebook.com/OilTradingkp/posts/368811600338856


12) วันที่ 3 มกราคม 2020 สหรัฐได้ส่งโดรนไปสังหารนายพลระดับสูงอิหร่าน

และแล้วความตึงเครียดต่างๆนี้เองก็ทำให้เหตุการณ์ดำเนินมาถึงวันนี้ ทางเราได้เขียนรายละเอียดไว้เกี่ยวกับการสั่งสังหารในครั้งนี้ , ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ตลาดหุ้น ราคาน้ำมัน และ ทอง 📊📉💵,
, และทำไมสหรัฐถึงต้องโจมตีอิหร่าน ? ทำไมทรัมป์ถึงได้รีบสั่งเก็บนายพลระดับสูงของอิหร่าน ? ไว้แล้วในบทความนี้นะครับ

https://www.facebook.com/108586193028066/posts/468964123656936/?d=n

------------------------------

โดยสรุปแล้วถึงแม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าอาจเกิดสงครามกันขึ้นนั้น ทางเรามองว่าการกระทบกระทั่งอาจจะมีแน่นอน เพราะทางอิหร่านได้ลั่นไว้แล้วว่าจะล้างแค้น แต่การที่จะเกิดสงครามตรงๆนั้นคงไม่ง่าย เพราะทางอิหร่านก็รู้ดีว่าอาวุธทางทหารนั้นคงสู้กับสหรัฐไม่ได้

คงต้องติดตามดูกันต่อไปครับ ทางเพจเราจะมาอัพเดทให้อย่างรวดเร็วแน่นอน กด Follow ติดตามไว้ได้เลยครับ

Comments

Popular posts from this blog

IMO 2020 คืออะไร ? การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI แตกต่างกันอย่างไร ??

ยุคของการใช้น้ำมันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่พวกเราคิด