หากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นจริงๆ ประเทศไหนที่อันตรายหรือปลอดภัยที่สุด ? และประเทศไทยจัดว่าอยู่ตรงไหน ?

หากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ขึ้นจริงๆ ประเทศไหนที่อันตรายหรือปลอดภัยที่สุด ? และประเทศไทยจัดว่าอยู่ตรงไหน ? #OilTradingKP

หลังจากเกิดเหตุสหรัฐส่งโดรนไปสังหารนายพลระดับสูงอิหร่าน (กัสซิม โซเลมานี) เมื่อวันก่อน และทางผู้นำอิหร่านลั่นกลับว่าจะต้องมีการล้างแค้นแน่ๆ ทำให้ผู้คนต่างๆในโลกเริ่มเกิดกังวลว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นจริงไหม ? หากความขัดแย้งของทั้งสองฝั่งบานปลายขึ้นเรื่อยๆ และ #WWIII (World War 3) จึงกลายเป็นแฮชแท็กที่คนใช้มากที่สุดทั่วโลกหลังเกิดเหตุ 

ทางเพจขอย้ำว่า ถึงแม้ทางเรามองว่าการโจมตีเล็กๆกลับกันไปมาน่าจะมีแน่นอน เพราะทางอิหร่านได้ลั่นไว้แล้วว่าจะล้างแค้นและได้ชักธงรบสีแดงบนยอดสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เป็นการประกาศเข้าสู่สงครามและเป็นสัญลักษณ์ว่าจะเกิดการนองเลือดแน่ๆ ถ้าไม่มีการโจมตีกลับอาจจะเสียหน้าต่อประชาชน แต่การที่จะเกิดเป็นสงครามใหญ่ๆตรงๆนั้นคงไม่ง่าย เพราะทางอิหร่านก็รู้ดีว่าอาวุธทางทหารนั้นคงสู้กับสหรัฐไม่ได้ 

แต่อย่างไรก็ตาม อะไรๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อวานนี้ได้มีรายงานจรวดหลายลูกยิงเข้าใส่ฐานสหรัฐในอิรัก ทั้งในสถานทูตและฐานทัพอากาศสหรัฐในอิรัก และทางทรัมป์ก็ได้ออกมาขู่ว่าถ้าอิหร่านยังทำการตอบโต้อีกจะได้เกิดการโจมตีครั้งใหญ่แน่ๆ ทำให้เราควรเตรียมตัวรับมือกับทุกๆสถาณการณ์ไว้ก่อน

ทางเพจจึงได้หยิบบทความจาก www.mirror.co.uk มาแชร์กันว่าหากเกิดสงครามขึ้นจริง ที่ๆไหนถึงจะปลอดภัย

---------------------------

ประเทศไหนที่อันตรายหรือปลอดภัยที่สุด ? 
จากแผนที่เราจะเห็นได้ว่าประเทศที่อันตรายที่สูดคือสีแดง และประเทศที่ปลอดภัยที่สุดคือสีเขียว ในขณะที่สีส้ม สีม่วง และสีเหลือง คือประเทศที่มีความเสี่ยงไล่รองลงมาจนถึงเสี่ยงน้อย

ประเทศที่มีอันตรายที่สุดได้แก่อิรักและคูเวต เพราะนั้นเป็นประเทศที่ติดชายแดนของอิหร่านที่สหรัฐมีกำลังทหารอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นสมรภูมิที่ทางซาอุกับอิหร่านกำลังใช้เป็นสงครามทางศาสนามุสลิมระหว่างนิกายชีอะฮ์ที่อิหร่านสนับสนุนและนิกายซุนนีที่ซาอุสนับสนุนอยู่ ทำให้ทางสหรัฐนั้นกำลังเร่งส่งทหารอีกจำนวน 3,000 นายเข้าไปเสริมอยู่

ทางด้านประเทศเขตสีแดงอื่นๆก็จะมี อัฟกานิสถาน, โซมาเลีย, ซีเรียและซูดาน ซึ่งมีสงครามกลางเมืองอยู่แล้วจึงมีความเสี่ยงเสมอ ในขณะที่เกาหลีเหนือก็เป็นเขตสีแดงเพราะอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาด้วยตัวเองจากเรื่องมาตรการคว่ำบาตรการทดลองอาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว

ทางด้านประเทศแถบรัสเซียและจีนนั้นก็ได้จัดเป็นประเทศสีม่วง ซึ่งมีความเสี่ยงกลางๆ เพราะทั้งสองประเทศมหาอำนาจนี้มีอาจนโยบายทางการเมืองไม่ได้สอดคล้องกับสหรัฐอยู่โดยตลอด ถึงแม้ความเสี่ยงไม่ได้สูงมากแต่ในเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐนั้น ทางรัสเซียและจีนก็ดูเหมือนจะยืนอยู่ข้างอิหร่านในหลายๆครั้งและมองว่าสหรัฐอาจไม่เป็นธรรมในเรื่องนี้ 

ทางด้านประเทศไทย นั้นก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศสีม่วงหรือมีความเสี่ยงปานกลาง

ส่วนประเทศในแถบยุโรปและประเทศพันธมิตรกับสหรัฐ ทังในตะวันออกกลางอย่าง ซาอุดิอาระเบียและอิสราเอล ก็โดนจัดอยู่ในประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ เพราะทางสหรัฐคงไม่มีทางโจมตีประเทศเหล่านี้และคงส่งกำลังทหารเข้าไปปกป้องด้วย
ที่มา: https://www.mirror.co.uk/news/most-dangerous-countries-world-listed-21215946

---------------------------

บทความ: ย้อนรอยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่มีมานานกว่า 40 ปีแล้ว 🇮🇷 ⚔️🇺🇸

https://www.facebook.com/108586193028066/posts/469602206926461/?d=n

Comments

Popular posts from this blog

IMO 2020 คืออะไร ? การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI แตกต่างกันอย่างไร ??

ยุคของการใช้น้ำมันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่พวกเราคิด