ยุคของการใช้น้ำมันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่พวกเราคิด

ยุคของการใช้น้ำมันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่พวกเราคิด

เพียงแค่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว โลกเรายังกังวลอยู่เลยว่าจะมีน้ำมันไม่พอใช้ จำเหตุการณ์เมื่อปี 2008 ได้ไหมครับ วันที่ราคาน้ำมันดิบโลกขึ้นไปแตะ 147 เหรียญต่อบาร์เรลเพราะความกังวลว่าโอเปกจะไม่มีกำลังการผลิตน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ของจีน ? แต่ผ่านมาเพียงทศวรรษเดียว คำถามกลับกลายเป็นตรงกันข้าม โลกเราจะมีความต้องการใช้น้ำมันพอกับอุปทานที่เหลืออยู่หรือ ?

ความต้องการน้ำมันดิบมีแนวโน้มที่จะลดลงทำให้เกิดความตกใจต่อเมืองและเมืองขึ้นอยู่กับการสกัดพลังงาน

อุตสาหกรรมน้ำมันกำลังเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน และกำลังเผชิญกับศึกหลายด้านมากๆ

1) ความต้องการใช้น้ำมันดิบมีแนวโน้มที่จะลดลงจากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่สูงขึ้น

2) โลกกำลังตื่นตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกับความรุนแรงของภาวะโลกร้อน ทำให้โลกหันมาพัฒนาพลังงานทดแทนต่างๆมากขึ้น ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือแม้แต่พลังงานน้ำ

3) ภัยคุกคามจากการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฟฟ้า ที่เริ่มมีราคาถูกพอๆกับรถเครื่องยนต์น้ำมัน (เรามีข้อมูลการโตมาแชร์ในคอมเมนท์ครับ)

4) หรือแม้แต่การเติบโตของเชลออยล์สหรัฐ ก็กำลังอาจโดนควบคุมได้ เพราะเริ่มมีความกังวลว่าการใช้ไฮดรอลิก (hydraulic fracturing) จะสร้างมลพิษทางน้ำใต้ดิน

อนาคตของการใช้น้ำมันนั้นจะเป็นอย่างไร เราอาจมีตัวชี้วัดที่ดูได้ง่ายๆเช่น ราคาหุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก เพราะราคาหุ้นคือการวัดมูลค่าของบริษัทในอนาคตยาวๆ ไม่ใช่เพียงแค่มูลค่าในวันนี้ และความต้องการใช้น้ำมันจะเป็นอย่างไรนั้นจะเป็นผลกระทบโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้

หากมาดูราคาหุ้นของ 3 บริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก Exxon , Shell และ BP ซึ่งทั้งสามนั้นครอบคลุมถึงธุรกิจน้ำมันทั่วโลก (กราฟแนบในคอมเม้นท์) จะเห็นได้ว่าราคาหุ้นของทั้ง 3 ยักษ์ใหญ่นั้นได้อยู่ในขาลงมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แสดงให้เห็นชัดว่า "ยุคของการใช้น้ำมันอาจจะจบลงเร็วกว่าที่พวกเราคิด"

แปลว่า อุตสาหกรรมปิโตรเลียมจะตายไปในเร็วๆนี้ ?

ถึงแม้การใช้น้ำมันอาจจะโตไปอีกเพียงแค่ 5 ปี และอาจจะมีแนวโน้มค่อยๆปรับตัวลดลง นี่ไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมปิโตรเลียมจะตายไปนะครับ เพราะพลาสติกส่วนใหญ่ยังผลิตมาจากน้ำมันอยู่ และถึงการใช้ในรถยนต์และภาคอุตสาหกรรมต่างๆจะลดลง ที่การใช้น้ำมันในเครื่องบินและเรือคงจะอยู่ไปอีกนานกว่าจะเปลี่ยนไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้

-----------------

สรุป: ความต้องการใช้น้ำมันจะโดนทนแทนอย่างรวดเร็วมากขึ้นจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ปี 2024 (อีก 5 ปี) อาจเป็นปีสุดท้ายที่เราจะเห็นการใช้น้ำมันโตขึ้น แต่เพื่อรักษาโลกเราจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องจำเป็นและควรต้องเกิดขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ครับ 

https://www.bloomberg.com/opinion/articles/2019-10-29/oil-age-is-coming-to-a-close-sooner-than-we-think

Comments

Post a Comment

Popular posts from this blog

IMO 2020 คืออะไร ? การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดน้ำมัน

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI แตกต่างกันอย่างไร ??